รสชาติจากคำแรก
สู่ความประทับใจมิรู้ลืม

เสิร์ฟด้วยวัตถุดิบจากฮอกไกโดมากว่า 80 ปี พวกเราพร้อมบริการจากใจ
ด้วยประสบการณ์และฝีมือที่เป็นความภาคภูมิแห่งเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด

จุดเด่นของ MASA ซูชิ

MASA ถือเป็นสาขาแรกในต่างประเทศของโอตารุ มาสะซูชิ จากร้านซูชิสไตล์ฮอกไกโดที่เมืองโอตารุ ที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่า 80 ปี เราได้คัดสรรวัตถุดิบที่ส่งตรงจากฮอกไกโดมาถึงกรุงเทพ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมจะให้ท่านได้เพลินเพลินไปกับความสดใหม่ของวัตถุดิบ
ด้วยทักษะของเชฟคนญี่ปุ่นที่สืบทอดมากว่า 80 ปี และการดูแลเอาใจใส่ในแบบญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์เสมือนอยู่ที่เมืองโอตารุจังหวัดฮอกไกโดจริงๆ อีกทั้งจะมีพนักงานช่วยแปลและให้ข้อมูลเพื่อที่จะเข้าใจได้ถึงความมีเสน่ห์ของซูชิและวัตถุดิบจากฮอกไกโดได้อย่างเต็มอิ่ม โดยสิ่งที่พวกเราให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการนำความเป็นโอตารุ ฮอกไกโดมาอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยปณิธานที่ว่า “ถ้าเป็นร้านซูชิในสไตล์ฮอกไกโดจะต้องเป็นMASAเท่านั้น”
ร้าน MASA ของเราให้บริการ ทั้งตอนมื้อเที่ยงและมื้อเย็นโดยมื้อเที่ยง ราคา 2,000-4,000 บาท, มื้อเย็นในแบบ MINI OMAKASE ในราคา 4,500 บาท และ OMAKASE ในราคา 7,000 บาท
MASAจะเป็นร้านที่ทำให้ท่านรู้สึกราวกับว่า ได้นั่งทานซูชิแสนอร่อยๆที่โอตารุ แม้ว่าคุณจะอยู่กรุงเทพฯก็ตาม โดยที่เราตั้งใจและอยากให้ร้านเติบโตไปจนถึงปีที่ 100 ด้วยคำพูดประโยคที่ว่า “ของแท้ดั่งเดิม ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปก็ยังจะคงเป็นของแท้ ไม่เปลี่ยนแปลง” จะเป็นแรงผลักดันที่จะก้าวไปข้างหน้าในวันต่อๆไป เราขอสัญญาว่า ทุกท่านจะได้รับความประทับใจจากการทานซูชิและบริการที่ดีที่สุดจาก MASA

สาส์นจากเชฟ

ผมเกิดและโตที่เมืองโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด ได้เรียนรู้และซึมซับเกี่ยวกับซูชิตั้งแต่เด็กจนโตโดยคุณพ่อที่เป็นเจ้าของร้านมาซะซูชิครับ เรียกได้ว่า ผมอยู่กับซูชิแทบจะตลอดทั้งชีวิตของผมเลย ซูชิ นอกจากความอร่อยแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบที่แบ่งได้อย่างชัดเจน จากฤดูกาลทั้ง 4 ของญี่ปุ่นก็เป็นอีกสิ่งนึงที่สำคัญเช่นกัน และเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมการกินซูชิขึ้นมา พวกเราจะใช้ความอร่อยที่ลงตัวของวัตถุดิบแต่ละฤดูในญี่ปุ่นมาเสิร์ฟเมนูซูชิ ให้คนทั้งโลกได้ลิ้มรส ก่อนหน้านี้ปี 2010 เราได้เปิดสาขาที่โตเกียว, กินซ่า, ชินจูกุ เป็นเวลากว่า 10 ปี และในปี 2019 นี้ จึงได้เปิดสาขาต่างประเทศ โดยร้าน MASA สาขา Siam Takashimaya จึงเป็นก้าวแรกของพวกเราครับ เราจะใช้ซูชิเป็นสื่อกลางในการส่งความสุขให้แก่ลูกค้า รวมถึงเพื่อน, คนในพื้นที่นั้นๆ และสังคมนั้น ดั่งวิสัยทัศน์ของเรา กว่า 80 ปี ที่กล่าวไว้ว่า "สร้างความอร่อย สร้างคน สร้างความสุข" และนับจากนี้ไป ผมก็จะสานต่อความตั้งใจนี้ต่อไปครับ

History

ประวัติการก่อตั้งร้าน โอตารุ มาซาซูชิ

คุณโชโนะซูเกะ นาคามูระ เกิดที่เมืองเทชิโอะ เกาะฮอกไกโด ในปีไทโชที่ 3 (ค.ศ. 1914) ปีที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจบชั้น ป.3 พ่อแม่ก็พาย้ายไปอยู่ยังเกาะซาฮาริน (เดิมชื่อคาราฟุโตะ เป็นเกาะของญี่ปุ่นช่วงสงคราม) และได้อยู่อาศัยกันที่เมืองโอโดมาริ (Корсаков) เมืองที่เคยเป็นที่ว่าการเกาะคาราฟุโตะ พ่อกับแม่ของโชโนะสุเกะทำอาชีพอุตสาหกรรมป่าไม้ หลังจากโชโนะสุเกะเรียนจบประถมก็ได้ย้ายมายังเมืองโอตารุ และเริ่มทำงานในร้านตัดผมชื่อ "คุโรดะ" หลังจากทำได้ 5 ปี เจ้าของร้านได้เสียชีวิตลง ทำให้เขาได้ย้ายมายังเมืองอินาโฮะ และเริ่มเปิดคาเฟ่ชื่อ "โชะโจะริน"

ค.ศ.1935

นักปั้นซูชิมือ 1 ของญี่ปุ่น

โชวะปีที่ 10 ผมปล่อยร้านให้แม่กับน้องสาวดูแล และเริ่มทำงานที่ร้านซูชิเทมปุระชื่อ “Tokusentei” ซึ่งอยู่ที่อาซากุซะเมืองโตเกียว และในตอนนั้นก็เกิดความฝันที่อยากจะเป็นนักปั้นซูชิที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น และเรียนรู้ที่ย่านการค้าของอาซากุซะ โชวะปีที่ 13 เดือนกรกฎาคม เขาเปลี่ยนร้าน “โชโจริน” ให้กลายเป็นร้าน MASA ซูชิ และเป็นปีแรกที่ก่อตั้งธุรกิจร้าน MASA ซูชิ

ค.ศ.1947

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจร้านแผงลอยใบแรก

โชวะปีที่ 19 สงครามที่ดูเหมือนญี่ปุ่นกำลังพ่ายแพ้อเมริกา เป็นเรื่องยากที่จะเปิดร้านซูชิต่อจึงหยุดกิจการ ต่อมาโชวะในปีที่ 20 เดือนมกราคม คุณโชโนะซูเกะได้แต่งงาน และเพื่อหลบหนีจากการโจมตีทางอากาศจึงย้ายไปอยู่ที่เขตคิตะฮามะของเมืองอะบะชิริจังหวัดฮอกไกโด วันที่ 15 สิงหาคม สงครามสิ้นสุดลงเปลี่ยนจากยุคเก่าเป็นยุคใหม่ในช่วงอายุ 31 ปี จากนี้จะต้องพยายามเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ในวันคล้ายวันเกิดครบ1 ขวบของลูกสาว คุณชิซึเอะ (ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการอาวุโสร้านมะซะซูชิ) ทั้งสามคนก็ได้ย้ายไปอยู่ที่โอตารุ และเริ่มกิจการร้านแผงลอยริมแม่น้ำเมียวเคน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาหลักในปัจจุบัน แม้ว่าในตอนแรกจะเป็นแผงลอยที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ แต่ต่อมาในปีโชวะที่ 22 ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแผงลอยในเมืองโอตารุ

ค.ศ.1948

การกลับมาอีกครั้งของร้าน “มาซาซูชิ”

เดือนกรกฎาคม ปีโชวะที่ 23 ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) ได้กำเนิดขึ้นมา เมื่อมีผู้สืบทอดกิจการแล้วจึงตัดสินใจจะเปิดร้านซูชิอีกครั้ง และนำป้ายร้านโอตารุมะซะซูชิตั้งขึ้น ที่สาขาแรกอยู่ที่ ฮานะโซโนะ อิจิโชเมะ อิจิบันชิ โดยเป็นร้านที่ทำด้วยไม้ มี 2 ชั้น พื้นที่ 12 ทสึโบะ และเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากนั้นครึ่งปี ก็ขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นเป็น 30 ทสึโบะ

ค.ศ.1973

ผู้สืบทอดมาซาซูชิ รุ่นที่ 2

หลังจากลูกชายคนโต มาซาฮิโระ(ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) ได้เข้ามาทำร้านมาซาซูชิต่อในปี โชวะที่ 48 ในช่วงเริ่มฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบจากการเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 ย่านการค้าฮานะโซะโนะที่เมืองโอตารุในตอนกลางคืนกลับเงียบสนิท บริษัทร้านค้าล้มละลาย ลูกค้าก็ลดลง และเกิดปัญหาการปนเปื้อนของสาร PCB (polychlorinated biphenyl) ในปลาทะเลและหอย ลูกค้าที่มาร้านซูชิและร้านขายปลาจึงลดน้อยลง ทำให้ภาพของร้านไปในทางที่แย่ลง โชวะปีที่ 49 ลูกศิษย์มือดีของคุณโชโนะซึเกะก็ลาออกอีกด้วย

ค.ศ.1977

สร้างความหรูหรา และการเป็นที่นิยม

โชวะปีที่ 52 มาซาซูชิเป็นร้านขายอาหารทะเลที่สด และอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบ ที่ตั้งอยู่เมือง อย่างโอตารุ ทำให้ที่ร้านไม่ได้มีเพียงแค่เมนูเดียว มีแต่ลูกค้าประจำแวะเวียนมา และเมื่อมีคนแปลกถิ่นเข้ามา กลายเป็นว่าถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ กลายเป็นภาพที่ไม่ดีที่เจ้าของร้านเห็น จึงเกิดไอเดียของร้านซูชิ ในรูปแบบร้านซูชิโดยเฉพาะ มีเมนูให้เลือก และบอกราคาอย่างชัดเจน ในปีโชวะที่ 54 วันที่ 1 กรกฎาคม ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ ได้เข้ามาดูแลสาขาหลักของร้าน (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) และทำให้มะซะซูชิเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ค.ศ.1987

ผู้ก่อตั้งร้านที่จากไป และเทศกาลขอบคุณปลา
หลายปีต่อมา คุณโชโนะซึเกะเริ่มป่วยด้วยโรคเบาหวาน ต้องนั่งอยู่บนรถเข็น ไม่สามารถทำหน้าที่คิดเงินเหมือนในทุกๆวันได้ จึงนั่งอยู่บนรถเข็นและทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้ม คุณโชโนะซึเกะรู้สึกขอบคุณลูกค้าและบรรพบุรุษของเขา รวมไปถึงปลาที่นำมาใช้ในการประกอบอาชีพ เป็นเรื่องราวที่พูดคุยกันไม่นานก่อนที่คุณโชโนะซึเกะจะจากไป จากการที่ได้มีโอกาสไปบรรยายที่เมืองซาไกจังหวัดโอซาก้า และได้ยินเรื่องราวจากชาวประมงที่นั่นว่า ในสมัยโชวะที่ 50 เกิดปัญหาที่เรียกว่า นิยักคุไมริ เป็นการควบคุมการทำประมงในระยะ 200 ไมล์ทะเล ทำให้ชาวประมงเป็นทุกข์ เนื่องจากจับปลาไม่ได้ ต่อมามีผู้แนะนำวิธีไว้ว่า “การนำทรัพยากรทั้งบนบกและในน้ำมาใช้ก็ควรที่จะขอบคุณทรัพยากรเหล่านี้” ดังนั้นชาวประมงจึงสร้างอนุสาวรีย์เพื่อแสดงความขอบคุณ และมาไหว้ขอพรเพื่อขอบคุณในทุกๆวัน

หนึ่งเดือนต่อมามีปลาทูน่ากลุ่มใหญ่ว่ายมาที่รอบๆเรือ ยิ่งกว่านั้นยังเจอเหตการณ์แบบนี้เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน เมื่อได้ยินฟังเรื่องนี้ ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) จึงคิดว่า “หากเราขอบคุณปลาแฮร์ริ่ง ปลาแฮร์ริ่งก็อาจจะกลับมายังโอตารุก็ได้นะ” หลังจากคิดได้ดังนั้น ลูกชายคนโตก็กลับมาที่โอตารุ เพื่อพูดคุยกับคุณโชโนะซึเกะ เรื่องทราบไปถึงเจ้าอาวาส ท่านได้บอกว่า “ถ้าแบบนั้นก็คงจะมี "ราชาแห่งปลา" ที่ขี่ปลาตัวใหญ่ลงไปในมหาสมุทร” “ในปีนึงเราก็ควรจะมีเทศกาลสำหรับขอบคุณปลาเหล่านี้สักครั้งหนึ่ง” ท่านเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และคิดว่าจะเริ่มจัดในปีหน้า จากนั้นในวันที่ 10 ธันวาคม คุณโชโนะซึเกะ ได้จากโลกนี้ไป เพื่อให้คำสัญญาสุดท้ายกับผู้เสียชีวิตเป็นจริง ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปีโชวะที่ 62 ร้านามาซาซูชิได้เชิญร้านขายซูชิใกล้กัๆ มาร่วมจัดงาน "ขอบคุณปลา" ขึ้นมา

ค.ศ. 1987

ต้นกำเนิดของถนนสายโอตารุซูชิ

หลังจากเทศกาลขอบคุณปลาที่ได้จัดไป ทำให้ร้านซูขิต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก เกิดความคิดที่ว่า "งานเทศกาลขอบคุณปลา" นั้นเป็นสิ่งที่พวกเราร้านซูชิต้องสานต่อ จากแนวคิดนี้ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม วันที่ 4 ตุลาคมในปีเดียวกัน คือ "สมาคมถนนโอตารุซูชิ" งานสมาคมฯ ที่ถูกจัดขึ้นนั้นไม่ใช่แค่จัดขึ้นเพื่อเทศกาลขอบคุณปลาเท่านั้น แต่รวมถึงการเผยแพร่เรื่องราวของโอตารุซูชิที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่น ให้ทั้งประเทศญี่ปุ่นได้รู้จักด้วย

ค.ศ. 1990

เจ้าของร้านลำดับที่ 2

เนื่องจากการจากไปคุณโชโนะซูเกะ ผู้ก่อตั้งร้าน MASA ซูชิ ภรรยาของเขา คุณยาซูโกะจึงเข้ามาทำหน้าที่แทน แต่จากการปรึกษาพูดคุยจากลูกค้าในอดีต ได้รับการแนะนำว่า “ถ้าหากรุ่นที่ 2 มีอายุครบ 40 ปี ก็ขอให้มอบหน้าที่นี้ให้แทน” ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ จึงรับหน้าที่เป็นเจ้าของร้านMASA ซูชิต่อจากนั้น

ค.ศ. 1995

สร้างสำนักงานใหญ่ และปรัชญาองค์กร

ปีเฮเซที่ 7 เดือนธันวาคม ได้สร้างร้านหลักขึ้นเป็นอาคาร 5 ชั้น ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในช่วงที่เศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่นทรุดตัวลง แต่ทว่าทางร้านมีพนักงานกว่าร้อยชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องขยายกิจการต่อไป

ประวัติการก่อตั้งร้าน โอตารุ มาซาซูชิ

คุณโชโนะซูเกะ นาคามูระ เกิดที่เมืองเทชิโอะ เกาะฮอกไกโด ในปีไทโชที่ 3 (ค.ศ. 1914) ปีที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจบชั้น ป.3 พ่อแม่ก็พาย้ายไปอยู่ยังเกาะซาฮาริน (เดิมชื่อคาราฟุโตะ เป็นเกาะของญี่ปุ่นช่วงสงคราม) และได้อยู่อาศัยกันที่เมืองโอโดมาริ (Корсаков)

เมืองที่เคยเป็นที่ว่าการเกาะคาราฟุโตะ พ่อกับแม่ของโชโนะสุเกะทำอาชีพอุตสาหกรรมป่าไม้ หลังจากโชโนะสุเกะเรียนจบประถมก็ได้ย้ายมายังเมืองโอตารุ และเริ่มทำงานในร้านตัดผมชื่อ "คุโรดะ" หลังจากทำได้ 5 ปี เจ้าของร้านได้เสียชีวิตลง ทำให้เขาได้ย้ายมายังเมืองอินาโฮะ และเริ่มเปิดคาเฟ่ชื่อ "โชะโจะริน"

ค.ศ.1935

นักปั้นซูชิมือ 1 ของญี่ปุ่น

โชวะปีที่ 10 ผมปล่อยร้านให้แม่กับน้องสาวดูแล และเริ่มทำงานที่ร้านซูชิเทมปุระชื่อ “Tokusentei” ซึ่งอยู่ที่อาซากุซะเมืองโตเกียว และในตอนนั้นก็เกิดความฝันที่อยากจะเป็นนักปั้นซูชิที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น และเรียนรู้ที่ย่านการค้าของอาซากุซะ โชวะปีที่ 13 เดือนกรกฎาคม เขาเปลี่ยนร้าน “โชโจริน” ให้กลายเป็นร้าน MASA ซูชิ และเป็นปีแรกที่ก่อตั้งธุรกิจร้าน MASA ซูชิ

ค.ศ.1947

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจร้านแผงลอยใบแรก

โชวะปีที่ 19 สงครามที่ดูเหมือนญี่ปุ่นกำลังพ่ายแพ้อเมริกา เป็นเรื่องยากที่จะเปิดร้านซูชิต่อจึงหยุดกิจการ ต่อมาโชวะในปีที่ 20 เดือนมกราคม คุณโชโนะซูเกะได้แต่งงาน และเพื่อหลบหนีจากการโจมตีทางอากาศจึงย้ายไปอยู่ที่เขตคิตะฮามะของเมืองอะบะชิริจังหวัดฮอกไกโด วันที่ 15 สิงหาคม สงครามสิ้นสุดลงเปลี่ยนจากยุคเก่าเป็นยุคใหม่ในช่วงอายุ 31 ปี จากนี้จะต้องพยายามเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ในวันคล้ายวันเกิดครบ1 ขวบของลูกสาว คุณชิซึเอะ (ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการอาวุโสร้านมะซะซูชิ) ทั้งสามคนก็ได้ย้ายไปอยู่ที่โอตารุ และเริ่มกิจการร้านแผงลอยริมแม่น้ำเมียวเคน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาหลักในปัจจุบัน แม้ว่าในตอนแรกจะเป็นแผงลอยที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ แต่ต่อมาในปีโชวะที่ 22 ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแผงลอยในเมืองโอตารุ

ค.ศ.1948

การกลับมาอีกครั้งของร้าน “มาซาซูชิ”

เดือนกรกฎาคม ปีโชวะที่ 23 ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) ได้กำเนิดขึ้นมา เมื่อมีผู้สืบทอดกิจการแล้วจึงตัดสินใจจะเปิดร้านซูชิอีกครั้ง และนำป้ายร้านโอตารุมะซะซูชิตั้งขึ้น ที่สาขาแรกอยู่ที่ ฮานะโซโนะ อิจิโชเมะ อิจิบันชิ โดยเป็นร้านที่ทำด้วยไม้ มี 2 ชั้น พื้นที่ 12 ทสึโบะ และเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากนั้นครึ่งปี ก็ขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นเป็น 30 ทสึโบะ

ค.ศ.1973

ผู้สืบทอดมาซาซูชิ รุ่นที่ 2

หลังจากลูกชายคนโต มาซาฮิโระ (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) ได้เข้ามาทำร้านมาซาซูชิต่อในปี โชวะที่ 48 ในช่วงเริ่มฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบจากการเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 ย่านการค้าฮานะโซะโนะที่เมืองโอตารุในตอนกลางคืนกลับเงียบสนิท บริษัทร้านค้าล้มละลาย ลูกค้าก็ลดลง และเกิดปัญหาการปนเปื้อนของสาร PCB (polychlorinated biphenyl) ในปลาทะเลและหอย ลูกค้าที่มาร้านซูชิและร้านขายปลาจึงลดน้อยลง ทำให้ภาพของร้านไปในทางที่แย่ลง โชวะปีที่ 49 ลูกศิษย์มือดีของคุณโชโนะซึเกะก็ลาออกอีกด้วย



ค.ศ.1977

สร้างความหรูหรา และการเป็นที่นิยม

โชวะปีที่ 52 มาซาซูชิเป็นร้านขายอาหารทะเลที่สด และอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบ ที่ตั้งอยู่เมือง อย่างโอตารุ ทำให้ที่ร้านไม่ได้มีเพียงแค่เมนูเดียว มีแต่ลูกค้าประจำแวะเวียนมา และเมื่อมีคนแปลกถิ่นเข้ามา กลายเป็นว่าถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ กลายเป็นภาพที่ไม่ดีที่เจ้าของร้านเห็น จึงเกิดไอเดียของร้านซูชิ ในรูปแบบร้านซูชิโดยเฉพาะ มีเมนูให้เลือก และบอกราคาอย่างชัดเจน ในปีโชวะที่ 54 วันที่ 1 กรกฎาคม ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ ได้เข้ามาดูแลสาขาหลักของร้าน (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) และทำให้มะซะซูชิเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ค.ศ.1987

ผู้ก่อตั้งร้านที่จากไป และเทศกาลขอบคุณปลา

หลายปีต่อมา คุณโชโนะซึเกะเริ่มป่วยด้วยโรคเบาหวาน ต้องนั่งอยู่บนรถเข็น ไม่สามารถทำหน้าที่คิดเงินเหมือนในทุกๆวันได้ จึงนั่งอยู่บนรถเข็นและทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้ม คุณโชโนะซึเกะรู้สึกขอบคุณลูกค้าและบรรพบุรุษของเขา รวมไปถึงปลาที่นำมาใช้ในการประกอบอาชีพ

เป็นเรื่องราวที่พูดคุยกันไม่นานก่อนที่คุณโชโนะซึเกะจะจากไป จากการที่ได้มีโอกาสไปบรรยายที่เมืองซาไกจังหวัดโอซาก้า และได้ยินเรื่องราวจากชาวประมงที่นั่นว่า ในสมัยโชวะที่ 50 เกิดปัญหาที่เรียกว่า นิยักคุไมริ เป็นการควบคุมการทำประมงในระยะ 200 ไมล์ทะเล ทำให้ชาวประมงเป็นทุกข์ เนื่องจากจับปลาไม่ได้ ต่อมามีผู้แนะนำวิธีไว้ว่า “การนำทรัพยากรทั้งบนบกและในน้ำมาใช้ก็ควรที่จะขอบคุณทรัพยากรเหล่านี้”

ดังนั้นชาวประมงจึงสร้างอนุสาวรีย์เพื่อแสดงความขอบคุณ และมาไหว้ขอพรเพื่อขอบคุณในทุกๆวัน หนึ่งเดือนต่อมามีปลาทูน่ากลุ่มใหญ่ว่ายมาที่รอบๆเรือ ยิ่งกว่านั้นยังเจอเหตการณ์แบบนี้เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน เมื่อได้ยินฟังเรื่องนี้ ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ (ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารร้าน) จึงคิดว่า

“หากเราขอบคุณปลาแฮร์ริ่ง ปลาแฮร์ริ่งก็อาจจะกลับมายังโอตารุก็ได้นะ” หลังจากคิดได้ดังนั้น ลูกชายคนโตก็กลับมาที่โอตารุ เพื่อพูดคุยกับคุณโชโนะซึเกะ เรื่องทราบไปถึงเจ้าอาวาส ท่านได้บอกว่า “ถ้าแบบนั้นก็คงจะมี "ราชาแห่งปลา" ที่ขี่ปลาตัวใหญ่ลงไปในมหาสมุทร” “ในปีนึงเรา ก็ควรจะมีเทศกาลสำหรับขอบคุณปลาเหล่านี้สักครั้งหนึ่ง”

ท่านเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และคิดว่าจะเริ่มจัดในปีหน้า จากนั้นในวันที่ 10 ธันวาคม คุณโชโนะซึเกะ ได้จากโลกนี้ไป เพื่อให้คำสัญญาสุดท้ายกับผู้เสียชีวิตเป็นจริง ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปีโชวะที่ 62 ร้านามาซาซูชิได้เชิญร้านขายซูชิใกล้กัๆ มาร่วมจัดงาน "ขอบคุณปลา" ขึ้นมา

ค.ศ. 1987

ต้นกำเนิดของถนนสายโอตารุซูชิ

หลังจากเทศกาลขอบคุณปลาที่ได้จัดไป ทำให้ร้านซูขิต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก เกิดความคิดที่ว่า "งานเทศกาลขอบคุณปลา" นั้นเป็นสิ่งที่พวกเราร้านซูชิต้องสานต่อ จากแนวคิดนี้ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม วันที่ 4 ตุลาคมในปีเดียวกัน คือ "สมาคมถนนโอตารุซูชิ" งานสมาคมฯ ที่ถูกจัดขึ้นนั้นไม่ใช่แค่จัดขึ้นเพื่อเทศกาลขอบคุณปลาเท่านั้น แต่รวมถึงการเผยแพร่เรื่องราวของโอตารุซูชิที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่น ให้ทั้งประเทศญี่ปุ่นได้รู้จักด้วย

ค.ศ. 1990

เจ้าของร้านลำดับที่ 2

เนื่องจากการจากไปคุณโชโนะซูเกะ ผู้ก่อตั้งร้าน MASA ซูชิ ภรรยาของเขา คุณยาซูโกะจึงเข้ามาทำหน้าที่แทน แต่จากการปรึกษาพูดคุยจากลูกค้าในอดีต ได้รับการแนะนำว่า “ถ้าหากรุ่นที่ 2 มีอายุครบ 40 ปี ก็ขอให้มอบหน้าที่นี้ให้แทน” ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ลูกชายคนโต คุณมาซาฮิโระ จึงรับหน้าที่เป็นเจ้าของร้านMASA ซูชิต่อจากนั้น

ค.ศ. 1995

สร้างสำนักงานใหญ่ และปรัชญาองค์กร

ปีเฮเซที่ 7 เดือนธันวาคม ได้สร้างร้านหลักขึ้นเป็นอาคาร 5 ชั้น ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในช่วงที่เศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่นทรุดตัวลง แต่ทว่าทางร้านมีพนักงานกว่าร้อยชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องขยายกิจการต่อไป

Menu

มื้อกลางวัน

MASA ซูชิ 3,790 บาท
เป็นคอร์สที่นิยมมากที่ญี่ปุ่น
ซูชิและซาชิมิ 8 คำ, ซุปและของหวาน
AZAMI 1,990 บาท
แนะนำสำหรับท่านที่ทานซูชิเพียงอย่างเดียว
ซูชิ 10 คำ
SHUNKA 1,490 บาท
เมนูเฉพาะมื้อกลางวัน ในวันธรรมดา
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 10:00 - 14:30 น.
OMAKASE 9 คำ และสามารถเลือกหน้าซูชิที่ท่านชอบได้เพิ่มอีก 1 คำ
เมนูเรียกน้ำย่อยและนิกิริ 9 คำ สามารถเลือกหน้าซูชิที่ชอบได้ 1 คำ, ซุปมิโซะและของหวาน

มื้อเย็น

OMAKASE
6,000 บาท
อาหารชุดไคเซกิ
Mini OMAKASE 4,000 บาท
หลังจากทานเมนูแนะนำจากเชฟแล้ว สามารถเลือกเมนูที่ท่านชอบได้

เมนูเครื่องดื่มที่แนะนำ

มีเมนูเครื่องดื่มมากมายที่สามารถจับคู่กับอาหาร เช่น เหล้าญี่ปุ่น, ไวน์,แชมเปญ ฯ

วิธีสนุกกับเมนู OMAKASE ร้าน MASA

STARTER

ซุปมันเทศจากฮอกไกโด / ไข่ตุ๋นอุนิ / ข้าวต้มอุนิ / ซุปเห็ด

ก่อนที่จะเพลิดเพลินไปกับอาหารจานหลัก ขอให้ทานอาหารร้อนก่อนเพื่อเตรียมท้องให้อุ่นขึ้น ช่วยให้ทานอาหารได้อร่อยมากยิ่งขึ้น

นิกิริชุด 01 -First Stage NIGIRI -

คำที่ 1 ปลามัตสึคาวะคาเรดองสาหร่าย โรยพอนสึแห้ง
คำที่ 2 แซลม่อนดองโชยุ
คำที่ 3 ปลานิชินโรยขิงและต้นหอม

ขอให้ท่านเพลิดเพลินไปกับซูชิในแบบฮอกไกโด

นิกิริชุด 01 -First Stage NIGIRI -

-Special SASHIMI-

-Special SASHIMI-

เรียนรู้การทานอิคะโซเมงในแบบชาวประมงโอตารุ

MASA ซูชิโอตารุ มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องอาหารที่ชาวประมงรับประทาน แนะนำให้ทานคู่กับซอสอุนิ

นิกิริชุด 02 -Second Stage NIGIRI-

คำที่ 4 ข้าวปั้นหน้ากุ้งหวานตัวใหญ่ แช่เย็น
คำที่ 5 ข้าวปั้นหน้ากุ้งหวานมิโซะ

ฮอกไกโดก็มีกุ้งหวานตัวโตๆ
ที่รักษาความสดของกุ้งโดยการแช่แข็งตั้งแต่ตอนอยู่บนเรือ ขอแนะนำกุ้งหวานมิโซะ ที่จะพาคุณสัมผัสถึงรสชาติอร่อยกลมกล่อมของกุ้งหวานที่ถูกรวมไว้อยู่ในคำเดียว

นิกิริชุด 02 -Second Stage NIGIRI-

เครื่องเคียง -Hokkaido Special Delicacy-

เครื่องเคียง -Hokkaido Special Delicacy-

ฤดูใบไม้ผลิ : ปูขน ฤดูร้อน : ปลาหมึกโฮตารุ
ฤดูใบไม้ร่วง : ตับปลาอังโกะ ฤดูหนาว : ชิโรโกะของปลามาดาระ

ขอให้ท่านเพลิดเพลินไปกับของดีแต่ละฤดูจากฮอกไกโด

นิกิริชุด 03 -Third Stage NIGIRI-

คำที่ 6 ไข่ปลาแซลม่อนดองโชยุ
คำที่ 7 อุนิโรยเกลือจากสาหร่ายทะเล

รสชาติที่น่าประทับใจของเหล้าญี่ปุ่นและโชยุที่ได้มาจากการเลือกพิถีพิถันในช่วยปลายฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้เราเก็บรักษาอุนิในน้ำเกลือเพื่อความสดใหม่

นิกิริชุด 03 -Third Stage NIGIRI-

เมนูคั่น -Hokkaido Special Appertizer-

เนื้อวัวฮอกไกโดอบราดซอสชาลิบิอัน
แซลม่อนดอง
เต้าหู้ชีสและเต้าหู้งา

ออร์เดิร์ฟที่มีความเป็นฮอกไกโด ด้วยการทำแบบโฮมเมด

นิกิริชุด 04 -Final Sushi-

คำที่ 8 โอโทโร่
คำที่ 9 คัสเตล่าไข่ม้วนแบบ MASA

ซูชิคำสุดท้าย เป็นปลามากุโระที่เติบโตในธรรมชาติที่ทางร้านซื้อมาจากประเทศแคนนาดา

นิกิริชุด 04 -Final Sushi-

-Special MISO Soup-

-Special MISO Soup-

ซุปปลาและสาหร่าย

ขนมหวาน -Dessrert-

ไอศกรีมมัชชะ

ขนมหวานปิดท้าย เป็นขนมหวานที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น แป้งเวเฟอร์ที่อบจนกรอบด้วยเตาถ่าน สอดไส้ด้วยไอศกรีมมัชชะ ที่พร้อมจะเสิร์ฟถึงมือคุณ

ขนมหวาน -Dessrert-

BRANCHES

Otaru MASA Sushi
(Main Branch)

1 Chome-1-1 Hanazono,
Otaru, Hokkaido
(Sushiya Dori) Tel. (0134) 23-0011
masazushi.co.jp

Google Map

Otaru MASA Sushi Zenan


1 Chome-2-1 Ironai,
Otaru,Hokkaido 047-0031
Tel. (0134) 22-0011
masazushi.co.jp

Google Map

Otaru MASA Sushi Ginza


Tokyo, Chūō, Ginza,
1 Chome-7-7 POLA Ginza
Building 10F
Tel. 03-3562-7711
masazushi-ginza.com

Google Map

Otaru MASA Sushi Shinjuku


Tokyo, Shibuya,
Sendagaya 5-24-2
Takashimaya Times Square 14F
Tel. 03-5361-1937
masazushi-shinjuku.com

Google Map

Gallery

กำแพงร้านที่เป็นหินอ่อนจากซัปโปโร รวมถึงเคานเตอร์ทำด้วยไม้สน อีกทั้งเก้าอี้สำหรับลูกค้าที่ทำจากหนังแท้ผลิตในประเทศญี่ปุ่น และบรรยากาศที่อบอุ่นของห้องส่วนตัว ประดับไปด้วยแชนเดอเลียร์ ทำโดยช่างเครื่องแก้วที่มีฝีมือของโอตารุ ทันทีที่เข้ามาภายในร้าน จะพบกับแผงกระจกที่ดูสะดุดตา ที่ให้ความรู้สึกถึงหิมะที่โปรยปรายลงมาจากด้านบนของกระจกและด้านล่างที่ให้บรรยากาศ ถึงความเป็นทะเลของโอตารุ

การออกแบบภายนอกร้านที่ทำให้เป็นรูปแบบของโกดังโอตารุ แสงสว่างตรงทางที่ลูกค้าที่เดินเข้ามาจะทำให้จินตนาการถึงแสงไฟจากเทียนหิมะตามถนนของโอตารุในช่วงเทศกาลหิมะของทุกๆปี ไม่เพียงแค่ความอร่อยเท่านั้นที่ลูกค้าจะได้รับกลับไป แต่ที่ร้าน MASA ซูชิจะทำให้ทุกท่านเต็มอิ่มไปกับบรรยากาศของโอตารุซึ่งเป็นจุดเด่นของทางร้าน

Access

MASA -Otaru Masazushi Bangkok-
4th Floor,Siam Takashimaya(ICON SIAM)

299 Charoen Nakhon 5 Alley, Khwaeng Khlong Ton Sai, Khet Khlong San,
Krung Thep Maha Nakhon 10600

Contact